Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม  
 
 
           IN ROIDAO.COM
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรม
     ถอดรหัสปฏิบัติธรรม
     หนังสือ ส.ร้อยดาว
     รำพึงรำพันวันเยาว
     ปลื้ม   สีทอง
     ก้าน  กิ่งพุทธ
     ปกิณกะธรรม
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
    โครงการชีวิตดีทีละก้าว
     โครงการปฏิบัติศีล ๘
    บรรยายธรรม (อ่าน)
     กองหนุนจริยธรรม
     Roidao Radio
     Santi Radio
 
           DDDDD ONLINE
     รู้จักชาวบุญนิยม
     พระจันทร์แจ่มฟ้า
     ยอดหญ้าดังตฤณ
     ธรรมะใกล้ตัว
     ธรรมะไทย(ยอด)
     พจนานุกรมไทย
     Dictionary online
     FM.TV ทีวีชาวอโศก
     Ying Yoka...มุมสุขภาพ
 
           DD DOWNLOAD
  คุณค่าน้ำฝน(ยอดมาก)
 รักสุดซึ้ง...ใจสองใจ
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่ยวฝาน
@     นักโทษประหาร
@     ธัมมะ จากธรรมบท
@     มิลินทปัญหา
 
 
 
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

สำคัญตนว่าสูงแล้ว ผู้นั้นก็ไม่สูงแล้ว
สำคัญตนว่าฉลาดแล้ว ผู้นั้นก็ไม่ฉลาดแล้ว
เหตุคือ ความสูง ความฉลาดไม่มี Limit
หากจิตสำคัญตนเป็นคนสูง เป็นคนฉลาด
ผู้นั้นก็ไม่อาจพัฒนาขึ้นไปอีกได้.

     
กระดานข่าว กิจกรรมธัมมะ

โครงการ... ชีวิตดีทีละก้าว ครั้งที่ ๔
  สู่แดนพุทธภูมิ ณ ที่นี่
รอเวลาลงตัวเร็วๆนี้

กิจกรรมศีล ๘ ครั้งที่ ๑๐๐
รวมพล...คนพุทธ
รอเวลาลงตัวเร็วๆนี้


บอกพี่น้องผู้สนใจใฝ่ธรรม
บัดนี้กิจกรรมเรียนธัมมะจากพระไตรปิฎก
วันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.
บริเวณลานทรายหน้าน้ำตกสันติอโศก
เริ่มต้นแล้ว โดยสมณะร้อยดาว แสดงธรรม
สอบถาม... 02-374-5230

เบื่อหน่ายสื่อที่ชวนสลด สบถ
หมุนคลื่นวิทยุมาที่ FM 107.75
เขตบึงกุ่ม กทม. ฟังชัดที่สุด
02-374-5230

08.50 น. วันเสาร์ที่ศาลาฟังธรรม
สมณะร้อยดาว ก็เทศน์อีกเช่นกัน

 
         
 
   
       
 
     
 
 
 
 
<   MP 3 ชุดใหม่ 120 โลกในกำมือมิจฉาทิฏฐิ
  ธัมมะเอื้ออาทร ๒๐ พ.ย. ๕๔
  ทบทวนวิถีไทย 1 ๒๗ พ.ย. ๕๔
  ทบทวนวิถีไทย 2 ๒๗ พ.ย. ๕๔
  โลกในกำมือมิจฉาทิฏฐิ ๒๔ ธ.ค. ๕๔
  สมัยรับพร สมัยพบพระ 1 ๒๕ ธ.ค. ๕๔
  สมัยรับพร สมัยพบพระ 2 ๒๕ ธ.ค. ๕๔
 
         
 
   
         
   

[ Link สู่เส้นทางธรรม ]                                               สู่เส้นทางธรรม... ภาคเฟ้นธรรม(ขอคั่นไปก่อน แล้วจะเขียนต่อเมื่อสะดวก

                                              สิ่งเตือนจากคนตาย
                       ส.ร้อยดาว แสดงธรรม ณ วัดธาตุทอง กรุงเทพฯ วันเสาร์ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ หน้าศพคุณแม่ส้มจีน พรหมพิทักษ์

 (ต่อจากครั้งก่อน)   อาตมาเคยสังเกตเด็ก ได้เห็นความต่างเยอะมาก เด็กบางคนใบหน้าอิ่มบุญ แต่บางคนใบหน้าเหมือนถูกผีหลอน เด็กบางคนนัยน์ตากลม...ใส แต่บางคนตาโปนโต...เบิกโพลง คะเนว่าน่าจะตกใจตาย แล้วความรู้สึกหวาดๆมันค้าง เมื่อมาสู่ชาติใหม่ตาเลยเบิกโพลงโปนโต... ฉะนั้นผู้ใดถ้าในขณะมีชีวิตอยู่ไม่เรียนรู้ลดละกิเลส หรือปล่อยวางความติดยึด พอคราวตายมาถึง จิตจะเศร้าหมอง การเกิดใหม่ก็ไม่ดี และหลายคนเมื่องสูงอายุแล้ว ไม่คิดที่จะสะสมสิ่งดีให้กับชีวิต ด้วยคิดว่า เราทำงานมาเยอะแล้ว เลี้ยงลูกหลานมาเยอะแล้ว ไปไหนๆก็เยอะแล้ว เจอะเจอผู้คนก็เยอะแล้ว...จากนั้นก็ชอบที่จะอยู่เฉยๆแบบสบายๆ ทั้งมักเข้าใจกันว่า สูงอายุคือช่วงปลายของชีวิต ซึ่งไม่ใช่ แท้แล้วสูงอายุ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตในภพใหม่ชาติใหม่...
                        หากโยมสูงอายุแล้ว ชอบอยู่แบบสบายๆ ไม่สังสรรค์ ไม่สัมพันธ์กับใคร ติดอยู่แต่ผู้เดียวเงียบๆง่ายๆ หรืออยู่กันแค่ลูกหลานเท่านั้น ไม่ขวนขวายที่จะทำประโยชน์ ไม่ยินดีสังสรรค์กับพี่น้องเพื่อนมนุษย์ เช่นนี้ไม่ดี กว่าจะตายก็จะติดเป็นจริตนิสัย พอไปเกิดใหม่ ใจจะไม่ยินดีสัมผัสสัมพันธ์กับผู้คน
                        โยมเคยอุ้มเด็ก ลองสังเกตดู บางคนจะยิ้มเวลามีคนอุ้ม แต่บางคนใครอื่นอุ้มไม่ได้... ดิ้นร้องปานจะตาย มาจากอะไร? มาจากจิตติดอยู่ในภพของตน ไม่ยินดีที่จะพบปะเจอะเจอผู้ใด แล้วผู้สูงอายุบางคน คิดว่าตนทำงานมาเยอะแล้ว ก็ยินดีที่จะอยู่แบบสบายๆ บอกโยม...ถ้าอยู่สบาย ตายง่าย ที่สำคัญจะสะสมนิสัยติดสบายไปด้วย และพระพุทธเจ้าบอกไว้ ถ้าผู้ใดเกียจคร้านแล้ว ความไม่ดีใดที่ยังไม่เกิดจะเกิดขึ้น ความดีใดที่เคยมีก็จะร่อยหลอ-หมดไป หากสูงวัยแล้ว เรายังขยันอุตสาหะวิริยะ พอไปเกิดใหม่ก็จะเป็นคนขยันตั้งแต่อยู่ในท้อง  เริ่มมีแขนมีขา ไม่มีอะไรทำ ก็จัดระเบียบตับไตไส้พุงให้แม่ ออกกำลังกายตั้งแต่วัยนั้น คลอดออกมาก็แขนใหญ่ ขาใหญ่ หนักหลายกิโล... ฉะนั้นแม้สูงอายุแล้ว เรายังสะสมความขยันได้ เช่นนี้เป็นความดี
                        โยมแม่อาตมาก็สูงอายุ และที่บ้านมีกิจการค้าของเก่า อาตมาบอกพี่สาวว่า อย่าให้แม่อยู่ว่าง ถ้าแม่อยู่ว่างจะฟุ้งซ่าน...ตายไว แม่จะทำอะไร ส่งเสริมให้เต็มที่ อาตมาแนะญาติพี่น้อง แม้กับแม่ก็บอกอย่างนี้ แม่ก็ทำงานไปเรื่อย ไม่ได้ว่าง บอกโยม...สูงอายุไม่ใช่เบื้องปลายของชีวิต แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตในภพใหม่ ชาติใหม่ และอย่าคิดว่า เราสูงอายุแล้ว เรียนมาก็เยอะ รู้มาก็มาก จากนี้ไปไม่สนใจรู้อะไรแล้ว จะอยู่แบบเงียบง่ายสบายเบา...เช่นนี้ไม่ดี ถ้าสูงอายุ ยังสนใจใฝ่รู้ สนใจใฝ่เรียน พอเกิดใหม่เราก็จะขยัน สนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียนตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วโยมคิดดู คนผู้หนึ่งใฝ่เรียนใฝ่รู้ตั้งแต่อายุยังน้อย จะก้าวหน้ากว่าคนอื่นไหม? คนผู้หนึ่งมีสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องเพื่อนมนุษย์เป็นจริตนิสัย จะเจริญก้าวหน้ากว่าคนอื่นไหม? และคนผู้หนึ่งแข็งแรงกว่าขยันกว่าคนเหล่าอื่นตั้งแต่อายุยังน้อย ชีวิตจะแข็งแรงจะก้าวหน้ากว่าคนอื่นไหม? ก้าวหน้ากว่าเยอะเลย ...ผู้สูงอายุโปรดเข้าใจความจริงข้อนี้ด้วย สูงอายุไม่ใช่ช่วงสุดท้ายของชีวิต

                        วันนี้ขณะนั่งฟังพระสวด เห็นป้ายตาลปัตร ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น ถามโยม...จริงมั้ย? ใครที่ตอบว่าจริง คำนี้ไม่จริง ผู้ที่ไปแล้วไม่กลับ ได้แก่พระอนาคามีผู้หมดกามหมดโกรธ หรือพระอรหันต์ ผู้หมดความยินดีกับสรรพสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ ทั้งไม่ต่อภพชาติบำเพ็ญโพธิสัตว์ และพระพุทธเจ้า หากไม่ได้บรรลุปานนั้น... ไปแล้วเดี๋ยวก็กลับทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าบอกเราว่าจิตวิญญาณเป็นเหมือนเมล็ดพืช ตัณหาเป็นเหมือนยางเหนียว ถ้าใจของผู้ใดยังมีตัณหาอยู่ แม้ตัวจะตาย กายจะถูกเผาไฟ แต่ใจที่ยังมีความปรารถนา ใจที่ยังมีตัณหา ใจนั้นจะหยั่งลงสู่ครรภ์ จะกลับมาเกิดอีก ฉะนั้นที่บอกว่าไปไม่กลับ เช่นนี้จริงสำหรับพระอริยะเบื้องสูงระดับอนาคามี อรหันต์ หรือพระพุทธเจ้า หากไม่ได้บรรลุปานนั้น ไปแล้วเดี๋ยวก็กลับมาทั้งสิ้น ส่วนจะกลับมาในฐานะมนุษย์ หรือเป็นเดรัจฉาน ตรงนี้เป็นเรื่องของกรรมจัดสรร และพระพุทธเจ้ากล่าวไว้ น่าตระหนักมาก...ว่า ผู้ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้ว น้อยกว่าน้อยที่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ อีก... เป็นเรื่องน่ากลัวนะ
                        อาตมาเคยเห็นตะกวดเห็นงูเหลือมที่วัด มันเดินมันเลื้อยซอกซอนไปตามซอกหินซากไม้ เพื่อหากินคางคก ก็เก็บมาพิจารณา ถ้าใครต้องไปเกิดเป็นตะกวด ไปเกิดเป็นงู อาหารของชีวิตจะต้องเปลี่ยนไป ชาตินี้หลายคนกินไก่ กินปลา หรือบางคนกินเจ หากชาติต่อไปต้องไปกินคางคก เป็นไงเอ่ย? สมมุติชาตินี้มีใครทำคางคกอบซอส คางคกทอดกระเทียมพริกไทยให้เรากิน... กินมั้ย? ไม่กิน! มีคนทำหนูทอดกรอบ หรือหนูขี้เรื้อนต้มโคล้ง...เราก็ไม่กิน แต่ถ้าชาติต่อไปเราไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ มันเป็นไฟล์ทบังคับแล้ว เช่นไปเกิดเป็นตะกวด อาหารก็คือคางคกบ้าง ปลาบ้าง ซากสัตว์บ้าง  แล้วไม่มีการทอด การอบ การต้ม หรือการทำความสะอาด กินตามธรรมชาติอย่างนั้น พอมาตระหนักถึงตรงนี้ เห็นชัดว่าน่ากลัวมากหากชีวิตในภพชาติต่อไป เรายังต้องกลับมาเกิดอีก แต่ไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์  ผู้ที่จะมั่นใจได้ว่าในขณะมีชีวิตอยู่เราเป็นมนุษย์ แม้ตายก็ไปสู่สุคติ เมื่อเกิดใหม่เราได้มนุษยภูมิ หรือเกิดมาในภูมิของเทวดา ภูมิของพรหม นั่นหมายความว่า ขณะมีชีวิตอยู่เรามีศีล ๕ ขณะจะตายใจไม่อาวรณ์อาลัยต่อความมีความเป็นใดๆ ถ้าอย่างนี้มั่นใจได้ว่า เกิดใหม่เราเป็นมนุษย์แน่นอน หรือเป็นเทวดา เป็นพระพรหมอย่างแน่นอน  คือมีชีวิตก็มีความเมตตา กรุณา...

                        วันนี้เรามาร่วมงานศพคุณยายส้มจีน ทุกคนเดินมา ได้เห็นความจริงว่า คุณยายไม่สามารถเอาอะไรไปได้...แม้แต่นิดเดียว และคุณยายบอกเราว่า คุณยายหมดเวลาแล้ว เวลาที่จะทำชั่วก็ไม่มี เวลาที่จะทำดีก็ไม่มี เวลาที่จะไปเยี่ยมลูกๆหลานก็ไม่มี จะไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ญาติผู้ใหญ่ก็จากไปก่อนแล้ว คุณยายหมดเวลาแล้ว แต่พี่น้องเราที่ฟังอยู่นี้...ยังมีเวลา สำคัญว่าเราใช้เวลาที่เหลือเพื่อสิ่งใด กับคนที่ควรช่วย เราให้เวลาไปช่วยเขาแล้วหรือยัง? กับสิ่งที่ควรทำเราให้เวลากับสิ่งที่ควรทำแล้วหรือยัง? ถ้าเวลามี แต่ไม่ได้ไตร่ตรองว่าควรจะเอาเวลาไปใช้กับสิ่งใดถึงจะดีที่สุด เช่นนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ฝากพี่น้องเราตะหนัก ด้วยความจริงจากคุณยาย

                        วันนี้โยมจะปรารถนา หรือไม่ปรารถนาโยมก็ได้เห็น โยมได้เห็นสมณะ สมัยก่อนเจ้าชายสิทธัตถะ ได้เห็นสมณะแล้ว โอ้...นี่แหละ ทางโล่งทางสว่าง วันนี้โยมเห็นสมณะแล้วมีความรู้สึกอย่างนั้นบ้างมั้ย หรือใครกันหน้าเด็กจังมาเทศน์ให้ฉันฟัง ฉันหน้าแก่กว่ายังไม่รู้อะไรสักเท่าใดเลย ที่ผ่านมาเคยมีโยมยกตนข่มพระ-สมณะ โดยนัยว่าโยมหน้าแก่กว่ายังไม่รู้อะไรสักเท่าไหร่ ท่านหน้าเด็กจะรู้อะไรสักเท่าไหร่เชียว แล้วหลายคนไม่ฟังธรรมะ เห็นว่าเป็นพระหนุ่มก็ไม่ฟัง คือเกิดจากจิตที่เข้าใจผิด
                        โดยจริงความเจริญก้าวหน้าในเรื่องจิตวิญญาณ ไม่สำคัญว่าหนุ่มหรือแก่ ในสมัยพุทธกาลมีสามเณรน้อยบรรลุความเป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จะบรรลุความเป็นพระอรหันต์ได้ใจต้องเด็ด ถ้าใจไม่เด็ดบรรลุไม่ได้ สติต้องดี ปัญญาต้องดี แม้สมัยนี้โยมไปเจอพระหนุ่มเณรน้อย บางองค์บางท่านอาจจะไม่บรรลุความเป็นพระอรหันต์ แต่โยมคิดดูเถอะว่า การที่คนผู้หนึ่งไม่แสวงหาความรวย ใจเขาคิดอย่างไร แล้วเขามีความสุขมั้ย  การที่คนผู้หนึ่งไม่ใช้ชีวิตคู่ ต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณที่ครอบงำจิตวิญญาณขนาดไหน และทำไมเขาใจเด็ดจัง คนผู้หนึ่งมาทำงานฟรี ไม่มีรายได้เป็นของตน เขารู้อะไร เขาได้อะไร จึงยินยอมทำงานฟรี เหล่านี้เป็นความจริงที่ไตร่ตรองได้ ฉะนั้นแม้จะเป็นพระหนุ่มเณรน้อย หากท่านศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านประพฤติดีปฏิบัติได้ ก็สมควรอย่างยิ่งที่เราจะฟัง ส่วนวันนี้จะอยากฟังหรือไม่อยากฟัง ก็ได้ฟังไปแล้ว โยมปรารถนาจะเห็น หรือไม่ปรารถนาจะเห็น โยมก็ได้เห็นแล้ว สำคัญว่า...สว่างโพลงขึ้นมาบ้างมั้ย? ถ้าผู้ใดเห็นคนตาย ใจก็เฉยชา... เป็นเรื่องน่าเศร้า  เห็นสมณะพระคุณเจ้า ก็ไม่รู้ว่า คือทางส่วาง เป็นเรื่องน่าเศร้า และอย่างไรๆคนเราก็ต้องตาย สำคัญว่าจะตายดีหรือตายร้าย สำคัญว่าขณะมีชีวิตอยู่ จะอยู่อย่างสุขๆทุกข์ๆ หรือทุกข์โดยส่วนเดียว หรืออยู่อย่างเบากายสบายใจ มีความสงบเย็นเป็นประโยชน์ไปเรื่อยๆ เราควรจะเลือกช้อยส์ไหน?

                        วันนี้ได้เจอกันนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีขึ้นไปกว่านี้อีก ถ้าจากนี้ไปโยมใส่ใจ ให้รู้ขึ้นมาบ้างว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไร พาประพฤติปฏิบัติอะไร หากไม่ใส่ใจตรงนี้บ้างเลย ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก โดยจริงกับงานศพ อาตมาไปมาหลายที่ โดยใจก็ไม่อยากไปเทศน์ให้โยมที่จะนอนมา เหมือนคุณยายส้มจีน เพราะเกิดประโยชน์บ้างแต่ไม่มากนัก ถ้าเทศน์ให้โยมที่เดินไปถึงวัดฟัง เช่นนี้จะเกิดประโยชน์มากกว่า แต่แม้นั้นก็มาแล้ว... อยากบอกโยมว่า การที่เรามีชีวิตอยู่ หากไม่ตะหนักเรื่องกรรม เรื่องวิบากบ้างเลย อยู่ก็อยู่ไม่ดี ตายก็ตายด้วยความเศร้าหมอง
                        ฉะนั้นขอให้ตะหนักเรื่องกรรม เรื่องวิบากของกรรมให้มากไว้ จำได้ว่า พ่อท่านมาเทศน์วันแรก พูดเรื่องกรรมเยอะมาก คุณจะนับถือศาสนาไหนก็ตาม หากทำชั่ว วิบากชั่วเล่นงานคุณแน่นอน แม้ศาสนาที่คุณนับถือจะไม่สอนเอาไว้ เพราะกฎแห่งกรรมเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เหมือนคนไม่เชื่อเรื่องแรงดึงดูดของโลก แต่หากเขาเดินออกนอกดาดฟ้าตึก ก็ต้องเจอแรงดึงดูดของโลกดึงร่างลงมาพาให้แหลกเหลวแน่นอน...เรื่องของกรรมเรื่องของวิบากก็นัยเดียวกัน
                        พระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าผู้ใดมีปกติฆ่าสัตว์ ผู้นั้นจะอายุสั้น ตายไว เกิดใหม่โรคมาก ที่สำคัญเราจะต้องพรากจากคนที่ตนรัก โดยไม่มีโอกาสได้เอ่ยออกบอกลา เจ็บปวดนะ เหมือนที่เราทำกับเหล่าสัตว์ ตัวอย่างง่ายๆ เช่นตบยุง หากยุงเขามีแม่ มีญาติ มีสามีอันเป็นที่รัก ญาติของเขา สามีภรรยาของเขา ต้องยืดคอรอคอย เอ้...ไปไหน? ว่าจะไปหาเลือดกิน นี่ไปตั้งนานแล้วทำไมยังไม่กลับ? ก็จะกลับได้อย่างไรหากโยมตบเขาตายแต๊ดแต๋ จะเป็นยุงก็ตาม เป็นปลา เป็นไก่ก็ตามที่เราฆ่า เขาตายอย่างเฉียบพลัน ตายชนิดไม่มีโอกาสบอกกล่าว ถ้าเราให้ความทุกข์อย่างนี้แก่เหล่าสัตว์ วิบากเช่นเดียวกัน ก็จะย้อนคืนมาเล่นงานชีวิตจิตวิญญาณเรา
                        ถ้าผู้ใดมีปกติลักทรัพย์ พระพุทธเจ้าบอกว่า เกิดใหม่จะเป็นคนยากจน แม้ดิ้นรนอย่างมากก็ได้เพียงน้อย เมื่อไม่ท้อถอยอุตสาหะวิริยะแสวงหาทรัพย์สินเงินทองอยู่ ก็ต้องมาเจอกับไฟไหม้บ้าง น้ำท่วมบ้าง โจรปล้นบ้าง ต่อให้พยายามระมัดระวังรักษาโดยดี ใช้จ่ายไปเยอะเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตน กระนั้นก็ยังต้องมาเจอทายาทอันไม่เป็นที่รักมาผลาญไปอีก เหมือนคนรวยหลายคน ลูกติดยาเสพติด พ่อแม่รวยมากขยันหาเงิน แต่ลูกก็ผลาญไปกับสิ่งเสพติด รถยนต์ราคาแพง ผลาญไปกับการเที่ยวเตร่ หรือการพนัน เช่นนี้เป็นวิบากจากอทินนาทาน
                        ถ้าผู้ใดประพฤติผิดในกามมาเยอะ แบบว่ามีสามีเป็นของตนเองแล้ว...ยังไม่พอใจ อยากทดลองใช้สามีคนอื่น มีภรรยาเป็นของตนเองแล้ว...ยังไม่พอใจ อยากทดลองใช้ภรรยาของคนอื่น ประพฤติผิดศีลข้อ ๓ เป็นอาจิณ พระพุทธเจ้าบอกว่าเกิดใหม่จะมีศัตรูคู่เวรเยอะ จะมีเพศตรงข้ามมาขวางทางเจริญก้าวหน้าของชีวิต ตัวอย่างเช่น บิล คลินตัน เป็นถึงประธานาธิบดีหนุ่ม แต่เขาเจอศัตรูคู่เวร อนาคตในทางการงานหมดเลย แม้ในสังคมศาสนาก็มี พระดังจากเมืองกาญจน์ เมื่อหลายปีก่อน อุตส่าห์มาดีแล้ว ตั้งใจมาประพฤติปฏิบัติธรรม แต่ต้องมาเจอศัตรูคู่เวร ทำให้ชีวิตไม่ได้สะสมบุญบารมีสืบต่อไป ถ้าผู้ใดประพฤติผิดศีลข้อ ๓ มาเยอะจะเจอะเจออย่างนี้ คนนั้นก็รัก คนนี้ก็หลง คนโน้นก็ปลื้ม คนไหนก็อยากได้ เช่นนี้เป็นความซวยของชีวิต หากใครไอ้ปื๊ดก็ไม่มอง ไอ้ป๋องก็ไม่สน ชีวิตจะโชคดี โยมเคยมั้ย...บางคืนอยากจะหลับแต่หลับไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีคนพึงพอใจเยอะ คลื่นของความคิดถึงคำนึงหา คนโน้นส่งมา คนนี้ส่งมา ทั้งที่วันนี้ตั้งใจจะนอนแต่หัววัน พรุ่งนี้จะไปทำกิจการงาน ด้วยพลังกายพลังใจที่เต็มร้อย แต่นอนไปตาก็ตื่นโพลง กายกระสับกระส่ายเหมือนมีใครเรียกหาฉันอยู่ ไปสังเกตเถอะ มันเป็นคลื่นพลังงานของจิตวิญญาณ ถ้าผู้ใดไปหว่านล้อม หรือหว่านโปรยเลสเล่ห์เสน่หาเอาไว้เยอะ กระทั่งตนเองมากเรตติ้ง หลับ...จะไม่เป็นสุข และอาตมาได้อ่านเจอคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ ผู้ใดไปเป็นชู้กับคู่ครองของคนอื่นจะหลับไม่เป็นสุข แม้บริโภคกามก็ไม่มีความสุข จะมีศัตรูคู่เวรเยอะ จะมีคนส่งคลื่นความคิดถึงมาเยอะ ถ้าเราเป็นคนจิตอ่อน ไม่มั่นคงต่อคนที่ตนรัก ชีวิตจะเลอะเทอะเฟอะฟะหยำฉ่าได้ง่ายๆ
                        ส่วนผู้ใดประพฤติผิดศีลข้อ ๔ โกหกหลอกลวงบ่อยๆเนืองๆ  ท่านบอกว่าจะมีวาจาที่ไม่น่าเชื่อถือ ที่สำคัญลูกหลานจะไม่สนใจใฝ่ฟัง พูดไปเถอะ...เมื่อยปาก ปากยานถึงรูหู ปากฉีกถึงท้ายทอย ไม่เพียงลูกหลานไม่ฟังยังจะร้องเพลงสวน... เบื่อคนบ่น ฉันล่ะเบื่อคนบ่น ทนน์ ทนน์... คือลูกหลานไม่สนใจใฝ่ฟัง ไม่เพียงนั้น ยังจะถูกคนอื่นกล่าวตู่ หรือใส่ร้ายด้วยถ้อยคำไม่จริงอีกด้วย เหล่านี้เป็นวิบากจากการพูดเท็จหรือโกหก

                        ถ้าผู้ใดมัวเมาในสิ่งเสพติดมามาก เกิดใหม่จะเป็นคนพิกลพิการ เป็นคนปัญญาอ่อน คือมีชีวิตแต่ไม่ใช้ในทางสว่าง ในกิจอันสมควร เหล่านี้เป็นวิบากของการผิดศีล ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ หรือแม้ไม่ใช่ชาวพุทธก็ตาม เมื่อมีโอกาสฟังธรรม ก็ตระหนักเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติบ้าง ตรงนี้เป็นการมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท และถ้าเพียงศีล ๕ โยมก็ถือไม่ได้ เผาธงทิ้งเลย ไม่ใช่แค่ฟันธง โยมจะอยู่ดีและตายดีไม่ได้ ศีล ๕ ก็แค่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่เกลือกกลั้วมัวเมาในสิ่งเสพติด
                        ในขณะที่เราถือศีล ๕ เราได้ฝึกใจ ใจที่เอาชนะตนเองได้จะเข้มแข็ง จะเคารพตัวเองได้ แหงนหน้าไม่อายฟ้า เงยหน้าไม่กลัวคน ก้มมองถิ่นแผ่นดินใดก็ไม่เกรงธรณีสูบ แต่ถ้าเราผิดศีล จะเข้าหมู่สู่คน...อายนะ เว้นเพียงว่า จะอยู่ในหมู่คนที่หนังหน้าหนาพอๆกัน นั่นก็ไม่กระไรนัก แต่พอจะไปสู่หมู่คนที่เป็นบัณฑิต หรือกลุ่มคนเจริญ ถ้าเราเป็นคนทุศีล เราจะอาย ไม่แกล้วกล้า ไม่อาจหาญ พูดนี้ไม่ฝากนะ...แต่ให้เลย

                        ถ้าเป็นไปได้ก็ปรารถนาให้พี่น้องเราไปวัด ไปฟังธรรม ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ใส่ใจที่จะประพฤติปฏิบัติในศีล ๕ อย่าไปเสียเวลาแสวงหาสิ่งที่เราจะต้องทิ้ง อย่าไปเสียเวลาแสวงหาสิ่งที่เราไม่ได้จริง พูดแล้วก็พูดอีก สรรพสิ่งเป็นมายา แต่เวลาชีวิตที่หมดไปเป็นของจริง สรรพสิ่งเป็นของโลก กรรมเป็นของเรา อะไรๆไม่ไปกับเรา แต่ใจตราบใดที่ยังไม่นิพาน ใจไปกับเรา และกรรมเป็นของเรา วิบากก็เป็นของเรา กล่าวนี้เป็นธรรมะของพระผู้มีพระภาคเจ้า นำมาแบ่งปันสู่พี่น้องที่ได้เจอะเจอกันในสถานที่แห่งนี้

                        ขอจบด้วยคำสวย ที่เรียบเรียงจากคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า... แม้ท่านทั้งหลายจะรังเกียจความแก่อันไม่น่ายินดี ท่านทั้งหลายก็ต้องแก่อยู่นั่นเอง แม้ท่านทั้งหลายจะรังเกียจความป่วยเจ็บอันไม่น่ายินดี ท่านทั้งหลายก็ต้องป่วยเจ็บอยู่นั่นเอง แม้ท่านทั้งหลายจะรังเกียจความตายอันไม่น่ายินดี ท่านทั้งหลายก็ต้องตายอยู่นั่นเอง แม้ท่านทั้งหลายจะรังเกียจการพลัดพรากอันไม่น่ายินดี ท่านทั้งหลายก็ต้องเจอกับการพลัดพรากอยู่นั่นเอง แม้ท่านทั้งหลายจะรังเกียจวิบากแห่งกรรมอันไม่น่ายินดี ท่านทั้งหลายก็ต้องเจอกับวิบากแห่งกรรมอันไม่น่ายินดีอยู่นั่นเอง

                        ปรารถนาให้พี่น้องเราตระหนักเรื่องความแก่ ความเจ็บ ความตาย การพลัดพราก และเรื่องกรรมเรื่องวิบากให้มาก กระทั่งส่งผลเป็นชีวิตที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีล มุ่งเจริญในคุณธรรมให้ยิ่งไปกว่าการเมาอยู่ในความรวย ในยศตำแหน่ง ในชื่อเสียง หรือในสุขที่ทำให้ชีวิตของเราเป็นทาส ปรารถนาให้ได้เช่นนี้ทุกผู้ทุกคน ขอยุติการแสดงธรรมครั้งนี้ เท่านี้ ... เจริญธรรม

(จบแล้ว)

 

 

 
    แจ้งทุกเรื่องกลับมาได้ที่ gongnunjariyatham@hotmail.com