Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม  
 
 
           IN ROIDAO.COM
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรรม
     หนังสือ ส.ร้อยดาว
     รำพึงรำพันวันเยาว
     ปกิณกะธรรม
     ก้าน  กิ่งพุทธ
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
     โครงการปฏิบัติศีล ๘
     กองหนุนจริยธรรม
     Roidao Radio
     Santi Radio
     Board Roidao
 
           DDDDD ONLINE
     รู้จักชาวบุญนิยม
     พระจันทร์แจ่มฟ้า
     สติ พระปราโมทย์
     ยอดหญ้าดังตฤน
     ธรรมะใกล้ตัว
     ธรรมะไทย(ยอด)
     พจนานุกรมไทย
     Dictionary online
     TV ONLINE
     FM.TV ทีวีชาวอโศก
 
           DD DOWNLOAD
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่วฝาน
@     นักโทษประหาร
@     ธัมมะ จากธรรมบท
@     ๗ ตุลากากีโหด
@     มิลินท์ปัญหา
 
 
 
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

สร้างใดในแหล่งหล้า  คุณค่าไม่สูงส่ง

สร้างบุญสิมั่นคง  และมั่งคั่งทั้งชื่นใจ

เสริมใดใส่ชีวิต  ไม่มากฤทธิ์อย่างยิ่งใหญ่

เสริมบารมีให้มากไว้   จะมีฤทธิ์เป็นมิตรตน

     
กระดานข่าว กิจกรรมธัมมะ

เริ่มแล้ว กิจกรรมศีล ๘ ครั้งที่ ๗๔
หรือครั้งที่ ๑ ของปี ๒๕๕๒
วันศุกร์ ๑๖ - อาทิตย์ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๒
ครั้งนี้...ตั้งสติก่อนสตาร์ท


บอกพี่น้องผู้สนใจใฝ่ธรรม
บัดนี้กิจกรรมเรียนธัมมะจากพระไตรปิฏก
วันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.
บริเวณลานทรายหน้าน้ำตกสันติอโศก
เริ่มต้นแล้ว โดยสมณะร้อยดาว แสดงธรรม
สอบถาม... 02-374-5230

เบื่อหน่ายสื่อที่ชวนสลด สบถ
หมุนคลื่นวิทยุมาที่ FM 107.75
เขตบึงกุ่ม กทม. ฟังชัดที่สุด
02-374-5230 ต่อ 136

09.00 น. วันเสาร์ที่ศาลาฟังธรรม
สมณะร้อยดาว ก็เทศน์อีกเช่นกัน

 
         
 
   
         
 
 
>>>> ดาวน์โหลด... หมดเวลาเป็นทุกข์
>>>> ดาวน์โหลด... เปิดทางบรรลุธรรม
 จากชุด ปฏิบัติธรรม ไม่เป็นทุกข์
<<<<< ชุดนี้ผู้สนใจปฏิบัติธรรมควรฟัง
 
         
 
   
         
 
 

บอกความในใจ ผ่านของขวัญ
มอบความรู้สึกดีๆให้กัน รับปี ๒๕๕๒
ปรารถนาดีจากกองหนุนจริยธรรม

ข้าพเจ้าเชื่อว่า...ความตั้งใจดีนี่แหละบิดาพระเจ้า
ความตั้งใจดีนี่แหละบิดาพระพรหม
หรือความตั้งใจดีนี่แหละที่สร้างโลก
สร้างชีวิต สร้างทฤษฎี สร้างสรรพสิ่งบรรดามีต่างๆ
ตั้งใจ...คำเดียวสั้นๆเพียบแน่นความหมาย
ผู้ประสบสำเร็จทั้งหลาย ล้วนมีความตั้งใจ
สังเกตสิ...เมื่อใดที่ตั้งใจ ทำกิจใดก็ดีขึ้น...ตั้งใจ

 
         
 
   
         
 
 

สนใจสั่งไปแจกเทศกาลปีใหม่ ติดต่อกองหนุนจริยธรรม
081-612-0889

ไม่รักเป็นเรื่องง่าย คนใจดำก็ทำได้ รักสิเป็นเรื่องยาก
เพราะคนเราเมื่อรู้จักกันมากมักไม่รักกัน
ดังนั้นรักจึงเป็นเรื่องต้องพยายาม
เข้าใจก่อน… ใคร่ไม่ใช่รัก รักไม่ใช่ชื่นชมชอบใจ
แต่รักในที่นี้หมายถึง
มีความห่วงใย มีสำนึกรับผิดชอบ มีความปรารถนาดี
ปรารถนาให้มีความสุข

 
         
 
   
         
   

      ความเดิม                                                     สู่เส้นทางธรรม

                       กับการออกจาริกนั้น ต้องบอกว่าเป็นความนิยมของใจ ที่มีสมณะหม่อน เป็นผู้ขุดดึงมันขึ้นมา และด้วยความที่อยากมีชีวิตแบบพระป่า ธุดงค์ไปเป็นสายใยจักรวาล ทำหน้าที่ร้อยดาว นี่แหละทำให้อาตมาคิดและเตรียมตน เพราะความเป็นคนกรุงตั้งแต่เกิด เท้าก็บางพอๆกับก้นเด็ก การจาริกธุดงค์คงเป็นเรื่องยากมาก ตอนนั้นปี 33 อาตมาอยู่ปฐมอโศก จึงเริ่มฝึกย่อง ที่บอกว่าย่องเพราะอาตมาไปหัดเดินด้วยหมายใจจะให้ตีนด้าน บนทางที่โรยเกลื่อนไปด้วยยหินเกร็ด เดินกระย่องกระแย่งอยู่ค่ำแล้วค่ำเล่า ก่อนจะออกจาริกธุดงค์ไป
                       ปี 34 -35 นั่นแหละที่ได้เดินจาริกมากสุด เดินไปร่วมงานปลุกเสกที่ศรีษะอโศกจังหวัดศรีษะเกษ เดินไปร่วมงานพุทธาภิเษกที่ศาลีอโศกจังหวัดนครสวรรค์ เดินเข้าสันติอโศก จังหวัดกรุงเทพ เดินกลับไปปฐมอโศกจังหวัดนครปฐม ทั้งเดินย้อนไปจำพรรษาที่ศรีษะอโศกอีกด้วย และแม้จะฝึกย่องย่ำหินเกร็ดมาบ้างแล้วก็ตาม กระนั้นเท้าก็ยังย่ำแย่ยับเยินไปเยอะแยะ ที่สำคัญจากการย่องครั้งนั้น และย้ำเดินอยู่อย่างไม่รู้ประมาณ นั่นก็นำตาปลามาอยู่คู่เท้าซ้ายอาตมา 3 ตาด้วยกัน ซ้ำยังเป็นระดับตาปลาโออีกต่างหาก ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เมื่อผ่านคืนวันมา สรุปได้ประเด็นเดียวคือ อาตมายังปฏิบัติธรรมไม่เป็น ไม่รู้จักสติ ไม่รู้จักอ่านอาการสภาวะ ประมาณควรไม่ถูก มีแต่ใจมุ่งมุทะลุไป ตามรูปธรรมที่เห็นว่าเป็นการขัดเกลา

                       แต่แม้นั้นเหมือนสวรรค์ยังปราณี ให้อาตมาได้ค้นพบชัดๆหลายประการ ตั้งแต่ ชีวิตที่ไม่มีสมบัติ เป็นชีวิตเบา และคนเราหากต้องแบกสมบัติทั้งหมดที่ตนมีไว้บนบ่า ไม่เอาไปซุกเก็บ หรือรบกวนเป็นภาระให้ใครต้องดูแล เชื่อเถอะคนจะไม่มีใดๆเป็นของตนมากนัก แม้แต่เพื่อนนักบวชที่ออกจาริกด้วยกันสมัยนั้นบางองค์ ยังต้องตัดมุ้งกลดทิ้งไปบ้าง คือมุ้งกลดของท่านหลังใหญ่ แบกไปเพียงกิโล สองกิโลทาง ก็พอทน แต่พอแบกไปเป็นสิบเป็นร้อยกิโลทาง แม้ชายมุ้งและส่วนกว้างท่านก็รู้สึกว่าเป็นของหนักเกินไปแล้ว ส่วนอาตมานั้นได้เตรียมการณ์มาก่อน โดยได้ออกแบบมุ้งพิเศษ ที่ใช้ผ้าน้อยมาก แต่สามารถกันยุงกันสัตว์เลื้อยคลานได้ ส่วนกลดก็เป็นกลดชมดาว เล็กประมาณครึ่งร่มกันแดดขนาดเล็ก รวมทั้งบริขารอื่นด้วยแล้ว ก็รวมลงในบาตรแปดนิ้วใบเดียวได้พอดี ส่วนน้ำดื่มนั้นก็ไปวัดบุญบารมีกันเบื้องหน้า โดยไม่ต้องพกพาเอาไป

                       ทั้งได้เห็นว่าการเดินฝ่าแดด กระทั่งผิวหน้าคล้ำ หนังศรีษะลอกร่อนเป็นชิ้นๆ ตรงนี้ต้องอาศัยใจที่พร้อมจะละความกำหนัดในกายหรือติดหล่อติดสวยออกด้วย และบรรดาผู้ขี้เหร่ที่ติดหล่อทั้งหลาย อาตมาก็เป็นผู้หนึ่ง แต่เมื่อมาพินิจดูก็รู้ว่า หากไม่ละกำหนัดในกาย ย่อมไม่อาจละความกำหนัดในกามได้ เพราะกำหนัดในกามนั้นหมายถึงหลงไหลใคร่ขึ้นในกายอื่น ซึ่งจะเป็นกายอื่นหรือกายตน ทั้งมวลก็ล้วนถุงอสุภะ แท่งภาระ หรือก้อนทุกข์ทั้งสิ้น และความจริงนี้จะแจ่มแจ้งได้ด้วยกายคตาสติโดยตนเท่านั้น หากในกายตนซึ่งมีอสุภะ มีความเป็นภาระ หรือทุกข์ปรากฏอยู่ ตนยังไม่รู้ไม่เห็นไม่คลายกำหนัด แล้วจะไปคลายกำหนัดในกายอื่นอย่างไรได้ เพราะไม่มีหรอกที่ใครอื่นเช้ามาก็จะเอาหนังหน้าที่ยังไม่ล้าง มาสำแดงขี้ตาขี้ฟัน เอาก้นซึ่งถ่ายแล้วยังไม่เช็ดมาสำแดงความเป็นถุงปฏิกูลของกายตนให้คนเห็น...ไม่มี ที่เห็นมากก็ล้วนแต่เทวดานางฟ้าทาสีใส่กลิ่น
                       การออกจาริก การยอมรับตีนตัวหัวที่ต้องดำและลอกร่อน อย่างรู้ๆเมื่ออยู่ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดเผาทั้งจากเบื้องล่างเบื้องบน พื้นถนนและฟากฟ้า แม้นี้ก็เป็นปัจจัยให้ละวางความกำหนัดในกายด้วยเช่นกัน

                       ไม่เพียงนั้น ในความร้อนด้วยดวงแดดในยามจาริก ก็ทำให้เห็นความต่าง ในคุณค่าของน้ำดื่ม คุณค่าของน้ำใจอีกด้วย คือช่วงเช้าเวลาออกบิณฑบาตร บางครั้งได้น้ำดื่ม 3-4 ขวด เป็นขวดขาวขุ่น ขนาดยัดลงบาตรแปดนิ้วแล้วคับพอดี และยัดลงได้มากสุดเพียงขวดเดียว ช่วงนี้ น้ำดื่ม 1 ขวด หมายถึงพื้นที่การรับอาหารในบาตรลดลง และอีก 2-3 ขวดหากรับมาด้วยแคร์น้ำใจ ก็ต้องเทินไว้บนฝาบาตร ซึ่งก็คือน้ำหนักที่มากขึ้น กับความยุ่งยากในการถือ... เหล่านี้แม้รู้อยู่ ผู้ให้มีน้ำใจเป็นบุญ แต่สำหรับผู้รับ กลับรู้สึกว่า เช้านี้บุญช่างหนักนัก ยิ่งต้องเดินต่อไปไกลๆ กว่าจะเจอที่เหมาะเพื่อฉันอาหาร เช่นนี้มีบ้างที่ความซึ้งในน้ำใจผู้ให้...กลับไม่เกิดเลย
                        แต่มีอยู่ที่อาตมาเดินฝ่าเปลวแดดไปในยามบ่ายสามบ่ายสี่ ทั้งน้ำดื่มก็หมดไปนานแล้ว ครั้งนั้นมีชาวบ้านชนบทตะโกนมาไกลๆจากข้างหลัง มนต์ก่อนท่าน ๆ ชาวบ้านบางที่นิมนต์พระด้วยคำนี้ คือ มนต์ก่อนท่าน เมื่ออาตมาหยุดหันหลังกลับไปหาเสียงที่ส่งมา โยมก็เอาน้ำมาถวาย บรรจุขวดขาวขุ่นเช่นกัน หนึ่งขวดเช่นกัน แต่ความซึ้งน้ำใจกับการให้ของโยมยามนี้ มันเอ่อล้นท่วมท้นในจิตอาตมามากเหลือเกิน...เกินกว่าการได้รับน้ำ 3-4 ขวดยามเช้าอย่างเทียบไม่ติด...และปรากฏการณ์ปานนี้ก็สอนให้รู้ว่า ทานที่มีคุณค่าอานิสงส์สูงนั้นไม่ใช่เพียงให้อย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยปัญญารู้ของให้ที่ควรแก่กาละด้วย

                       ไม่เพียงนั้นในดวงแดดที่แผดร้อนยามบ่ายโมง บ่ายสองสามสี่ เหล่านี้ก็ช่วยขับเร้า ให้ช่วงเวลาห้าโมงล่วงแล้ว ที่จาริกเลาะเลียบไปตามไหล่ทาง ผ่านลำน้ำ ผ่านทุ่งนา บางครั้งเห็นตะวันโรยแสงจะลับลาอยู่เบื้องหน้า ช่างให้อารมณ์สุนทรีย์เป็นที่ยิ่ง ให้เบิกบานสำรานใจเป็นอย่างยิ่ง ชอบมาก...กับช่วงเวลา สิ่งแวดล้อม และรูปลักษณ์พระธุดงค์ดุ่มเดินอย่างเด็ดเดี่ยว ด้วยใจไม่เกาะเกี่ยวไม่แคร์แยแส จะกินจะอยู่จะหลับจะนอน...แม้จะตายที่ตรงไหน ช่วงนี้แหละที่อาตมาเดินเสพสุนทรีย์ไป พร้อมส่องตาดูทำเลสวรรค์ยามค่ำ ซึ่งจะฝากกายพักสักคืนไป
                        ด้วยหลายช่วงชีวิตจาริกธุดงค์ก็ได้พักผ่อนหลับนอนมาหลายที่ จะเป็นป่าช้าไทย ป่าช้าจีน สนามกีฬาโรงเรียน โรงเรือน ไร่มัน สวนสน ลอมฟาง ห้างนา ป่าริมทาง ศาลาข้างถนน คือบางค่ำแนวโน้มฝนจะตก ดังนั้นต้องหาที่พักไม่ไกลศาลานัก เผื่อฝนตกก็จะอพยพมาอาศัยศาลาริมทางได้ทัน แต่ทั้งมวลที่นอนมานั้น มีที่หนึ่งซึ่งอาตมาได้ผุดคิด ได้ตื่นรู้ คือค่ำนั้น นอนบนลานฟางกลางนา นิ่งมองฟ้าเวิ้งว้างกว้างไกลไพศาล ดวงดาวระยิบวิบไหวเกลื่อนกล่น...เห็นแล้วเกิดความรู้สึกในตนเลยว่า เราเป็นเพียงผงคลีธุลีน้อยในห้วงจักรวาลอันกว้างไกล มาจากไหนไม่รู้ จะถูกพัดพาไปไหนไม่รู้ รู้เพียงว่า เราเล็กน้อยมากในห้วงจักรวาล และกับชีวิตไร้บ้าน อิสระเสรี สัญจรรอนแรมไปในวิถีธรรมเช่นนี้ อาตมาตอนนั้นประมาณ ๔ พรรษา รู้สึกอยู่ในตนเลยว่า เราเคยเดินมาแล้ว เป็นทางสายธรรมที่ตนคุ้นเคย แต่ที่ผ่านมาอาจจะโต๋เต๋โอ้เอ้กับศาลาริมทางมากไป จึงยังก้าวไม่ได้ไกลในเส้นทางธรรม...ชาตินี้จึงต้องมาเดินทางต่อ

                       อีกประการหนึ่ง ในสมัยจาริกนั้น ด้วยความที่เป็นสมณะชาวอโศก เมื่อญาติธรรมได้มาเจอก็มักมีใจยินดีเป็นอย่างยิ่ง บางกลุ่มก็พากันมาในยามเย็นค่ำ ด้วยหมายใจมาสนทนาธรรม อาตมาด้วยความเป็นพระใหม่ ใจก็ปิดเอาไว้ว่า ตราบไม่พ้น ๕ พรรษา จะไม่เทศน์ ไม่สนทนาธรรม แต่ด้วยความที่โยมมาแล้ว โยมก็คงไม่อยากเสียเวลามาเปล่า โยมก็ค่อยๆแคะแกะปากอาตมา อาตมาก็ไม่มีปัญญาอธิบายให้โยมรู้ถึงความตั้งใจของตน เมื่อถูกแคะแกะปาก จะกล่าวธรรมออกมาก็ยากอีก ด้วยปิดจิตเอาไว้...ทั้งที่ตอนนั้นธรรมที่ฟังมาก็ไม่น้อย ที่อ่านมาก็มาก ที่ปฏิบัติอยู่ก็พอเป็นรูปธรรมเอามากล่าวนำชี้ชวนให้โยมร่วมปฏิบัติได้ก็มี...ตรงนี้แหละที่ทำให้อาตมาเข้าใจมาถึงบัดนี้ว่า แม้จะร้อยรู้พันรู้แสนรู้ กระนั้นธัมมะก็ไม่หลั่งไหล หากใจยังปิดอยู่ มาภายหลังอาตมาก็ได้เข้าใจเพิ่มอีกว่า เพียงเปิดใจ และตระหนักเมตตา ปัญญาย่อมหลั่งไหล

                       ชีวิตจาริกแม้เป็นปฏิปทาปรารถนาของตน กระนั้นเหมือนกุศลไม่จัดสรร อาตมาจึงได้เพียงปี 33 เริ่มย่อง 34 เริ่มเดิน 35 เริ่มล้ม 36 เริ่มบอกลาด้วยตาปลาไม่อนุมัติ และปี 37 -38 ชีวิตก็เปลี่ยนทิศปฏิปทาธรรมไป...แต่แม้อายุการจาริกของตนจะสั้น กระนั้นก็เห็นว่า ผู้ใดหากออกบวชแล้วด้วยสัมมาทิฏฐิ มีโอกาสได้สัมผัส ปฏิปทาอนาคาริกทั้งรูปทั้งนาม...ข้อนี้ย่อมเป็นคุณหนุนส่งให้อาจหาญ รักเสรี พอใจวิถีมักน้อยสันโดษ และยังได้โปรดคนจน ให้คนจนได้สัมผัสว่า จนไม่ได้แปลว่า ทุกข์ แต่ที่คนอยู่ไม่เป็นสุข เพราะอยากรวย นักบวชนั้นไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ไม่มียิ่งกว่าคนจน แต่กระนั้นก็สุขผ่องใส โดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินบำเรอตัวเอง
                        ท้ายสุดชีวิตจาริกยังบอกให้ตระหนักสืบต่อมากระทั่งถึงวันนี้อีกว่า กับการเดินทาง...แท้แล้ว ใกล้ ไกล มิได้มี หากใจยินดี แม้สี่ร้อยกิโลทาง ทุกก้าวย่างก็เปี่ยมสุข หากใจไม่ยินดี แม้เพียงสี่ก้าวเท้า ก็เต็มอัดไปด้วยทุกข์ ...ดังนั้นสุขทุกข์ในการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่เลือกทางแล้วเท่านั้น...แต่สำคัญที่ยินดี หรือไม่ยินดีของใจ...อีกด้วย

                                                                                            ส.ร้อยดาว ๓ พ.ย. ๕๑